ดองข้ามปีสำหรับเรื่องราวช่วงที่ไปผจญชีวิตที่ประเทศเกาะอยู่เดือนนึง
อีกไม่กี่วันก็จะครบรวบขวปีที่ได้ไปเยือนแล้ว
นึกไป...ก็อยากจะให้เวลามันหมุนกลับมาอีกซักครั้งจังเลยค่ะ
 
มาชมเรื่องราวกันต่อเลยนะคะ
 
 
 
นังคลาวด์ตะลุย 福岡(ฟุคุโอกะ) ก้าวที่สี่:เดินเที่ยวเทนจินและวันแรกของการเข้าเรียนที่ญี่ปุ่น!
 
หลังจากสัมผัสอากาศอันหนาวเย็นจับใจตอนกลางคืน (เย็นจริงๆค่ะ สิบองศา แถมฮีทเตอร์ในห้องก็ดันทำงานไม่ปรกติอีก) นังคลาวด์และคุณรุ่นน้องก็ตื่นมาในสภาพงัวเงียมาก แถมยังตื่นสายด้วย นั่นเพราะยังไม่ชินกับการปรับตัวให้เข้ากับเวลาที่นี่ที่เดินเร็วกว่าที่ไทยราว 2 ชั่วโมง นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เพื่อนชาวญี่ปุ่นจะพาเราไปเที่ยวกัน เลยรีบบึ่งลงไปที่ห้องอาหารอย่างว่องเพื่อเติมพลังรับวันใหม่
 
ขอพูดถึงเรื่องห้องพักที่เราพักกันนิดนึงนะคะ (ชอบห้องพักในหอที่นี่มากค่ะ) 
 
 
ห้องที่พวกเราทุกคนพักเป็นห้องแบบ B เป็นห้องใหญ่(ที่ไม่ใหญ่มากตามประสาคนญี่ปุ่น)แยกเป็นห้องย่อยให้อยู่กันสองคน มีเตาไฟฟ้า ซิงก์น้ำ ห้องน้ำแบบแยกครบครันค่ะ แต่เดิมค่ายนี้จะรับนักศึกษาหญิงไม่เกิน 12 คน (หกห้องนั่นเอง) แต่เนื่องจากปีนี้มีนักเรียนที่ตั้งใจจะมาค่ายปีนี้ยอะเกินเหตุ แลยต้องจุกันให้อยู่ห้องละสี่คน คือ ไปอยู่ในห้องย่อยกันซะห้องละสองคน อบอุ่นกันดีนะคะ นังคลาวด์ชอบหอพักแบบนี้มาก เพราะรู้สึกว่ามีอะไรเป็นสัดเป็นส่วนดี แถมมีเตาไฟฟฟ้ามาให้ทำอาหารพร้อมซิงก์น้ำไว้ล้างของมาเรียบร้อย พื้นห้องก็ทำมายกสูงจากพื้นปกติขึ้นมาระดับหนึ่ง ทำให้เวลาเราเดินเข้ามาพวกสิ่งสกปรกจะกองอยู่กับพื้นด้านล่างที่เราถอดรองเท้า ไม่ขึ้นมาติดพื้นข้างบน แถมเราต้องใส่สลิปเปอร์เดินไปมาในหออีกด้วย(ตามมารยาทนั่นเองค่ะ)
 
มาสนใจศัพท์ในภาพนิดนึงดีกว่าค่ะ เผื่อจะมีประโยชน์กับหลายๆคน
 
มาเริ่มที่คำศัพท์ที่เป็นคำญี่ปุ่นเดิมก่อน ก็จะมี
本棚(ほんだ:なhondana)แปลว่า ชั้นวางหนังสือ
机(つくえ:tsukue) แปลว่า เก้าอี้
洗濯ハン(せんたくはん:sentakuhan) แปลว่า ส่วนซักล้าง
玄関(げんかん:genkan) แปลว่า ประตูหน้า
 
ส่วนคำที่เหลือที่เขียนด้วยตัวคะตะคะนะเป็นคำทับศัพท์ค่ะ
バルコ二-(ばるこにい:barukonii) มาจาก balcony (ระเบียง)
ク-ラ-(くうらあ:kuuraa) มาจาก cooler (เครื่องปรับอากาศ)
ベッド(べっど:beddo) มาจาก bed (เตียง)
クロ-セット(くろうせっと:kurosetto) มาจาก closet (ตู้เสื้อผ้า)
キッチン(きっちん:kicchin) มาจาก kitchen (ครัว)
トイレ(といれ:toire) มาจาก toilet (ห้องสุขา)
ユニットバス(ゆにっとばす:yunittobasu) มาจาก Bath unit (ส่วนอาบน้ำ)
 
วกกลับมาเข้าเรื่องกันต่อค่ะ
ลงมาถึงขั้นล่างก็ทักทายกับคุณผู้ดูแลหอแล้วก็เดินเลยไปที่ห้องอาหาร บรรดาคุณป้าแม่ครัวก็กำลังสาละวนทำงานอยู่ในครัว ตรงเคาน์เตอร์นั้นก็มีอาหารรอเราพร้อมอยู่แล้ว แต่เอ๊ะ แล้วเราต้องทำอะไรยังไงเนี่ย เพราะเด็กนักเรียนเจ้าถิ่นเค้ากำลังนั่งกินกันเรียบร้อยแล้ว(และกินกันอยู่ไม่กี่คนด้วย) โชคดีที่มีนักเรียนคนนึงที่เดินตามหลังมาติดๆมาเป็นตัวอย่างให้เราได้ดูกัน (จำไว้เลยนะคะ ที่ว่า"เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม"เนี่ย มันใช้ได้กัลทุกที่และพาตัวเราให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในที่ๆไม่คุ้นชินได้เสมอค่ะ) 
 
---บรรยากาศในส่วนของครัวก็ประมาณนี้เลยค่ะ เป็นครัวแบบครัวเปิด)
 
---แผนผังประกอบ---
 
อยากแรกเราจะหยิบถาดเปล่าๆก่อน แล้วก็หยิบกับข้าวทีละอย่างๆตามลำดับ จากนั้นก็มาตัดข้าวใส่ถ้วยให้พอทาน (ย้ำค่ะว่าพอทาน) แล้วก็ตักซุป (โดยมากจะเป็นมิโซะซุป) แล้วก็หยิบตะเกียบกับช้อนไป ส่วนพวกซอสก็เทใส่ถ้วยแยกต่างหาก นอกจากนี้ก็มีน้ำชาให้เราด้วย มิ้อเช้าบางมื้อจะเป็นมื้อแบบฝรั่ง ก็คือพวกไข่ดาว ไส้กรอก กับขนมปังปิ้ง เราจะต้องปิ้งขนมปังเอง ต้องเล็งให้ดีว่าเตาว่างตอนไหน เราก็รีบเอาขนมปังเข้าเตาเล็กๆที่คุณป้าๆเตรียมไว้ให้ ระหว่างนั้นก็ไปนั่งลัลลาที่โต๊ะซักแป้บแล้วก็วกมาดูว่าขนมปังเราสุกดีแล้วยัง (บางทีนั่งเพลิน พอกลับไปอีกที อ้าว หายไปซะงั้น เลยต้องถูกปิ้งขนมปังใหม่อีก เอวัง)
 
**นิดนึงค่ะ**
ที่ห้องอาหารที่นี่จะมีมารยาทอยู่ด้วยนิดหน่อยค่ะ 
1.เมื่อเดินเข้ามาจะหยิบพวกข้าวปลาไปกิน ก่อนอื่นคุณต้องทักทายพวกคุณป้าๆก่อน
2.ถ้ามีคนหยิบกับข้าวอยู่ คูรต้องเข้าแถวรอ
3.ไม่ยกพวกอาหารออกมากินนอกถาด (แต่ยกถ้วยข้าวขึ้นมาต่างหากได้ และไม่ควรวางบนโต๊ะ)
4.ควรตักข้าว น้ำซุป และเครื่องเคียงมาให้พอรับประทาน (สาวๆที่นี่กินข้าวไม่เคยเหลือเลยค่ะ ถึงเหลือแต่ก็ไม่มาก ไม่ใช่ว่าพอรสชาติ*มาไม่แด**ส์แล้วไม่กันไม่เลย ที่นี่ไม่มีค่ะ)
5.ไม่มีใครมาเดินเก็บจานให้ กินเสร็จ คุณต้องหยิบถาดของคุณไปตรงบริเวณเทเศษอาหาร(เหมือนรูปข้างบน) เอาจานล้างน้ำเปล่า แล้วก็ปล่อยให้มันสไลด์ลงอ่างเพื่อให้ป้าๆเค้าได้ล้างต้องไป ก่อนจะเดินจากไปควรจะกลาวขอบคุณป้าๆด้วย (ごちそうさまでした:gochisousamadeshita ที่แปลได้ใจความว่า ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ) 
 
---ตัวอย่างมื้อเช้าที่ทานค่ะ ตั้งชื่อเองว่าพอร์คบอลผัดเปรี้ยวหวาน---
 
อิ่มหนังสำราญกันแล้วก็กลับห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปเที่ยวกัน พร้อมแล้วก็ลงไปรอข้างล่างหอ ที่ตรงนั้นก็มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นรอกันอยู่แล้ว (เอ...รู้สึกว่าวันนี้จะมี อายากะ เคียวโกะ ชี่ มุกุ...มั้ยนะ จำไม่ได้แล้วค่ะ) เมื่อพร้อมแล้ว เราก็เดินจากหอไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ติดกับสถาบันกันเลย
 
(ถึงจุดนี้ขอขอบคุณวิกิเจแปนสำรับภาพ เพราะว่าเดินไปแถวนั้นบ่อย เลยไม่เคยถ่ายอะไร...ไม่น่าเลยเรา)
 
---ทางเข้าสถานีค่ะ เดินมาจากทางมหาลัยแล้วเลาะริมรั้วสนามกีฬาดรงเรียนมัธยม (กรี๊ดดดด สวรรค์) เดินเข้าไปก็ถึงชั้นสองของสถานีเลย---
 
 
---ตัวสถานีค่ะ ภาพนี้เป็นภาพด้านหน้า พวกนังคลาวด์เข้ากันทางชั้นสองด้านหลังสถานีที่มีทางเชื่อมกับทางเดินไปมหาลัย---
 
สถานีฟุคโควไดมาเอะเป็นตึกอย่างที่เห็นก็จริงค่ะ แต่ว่าส่วนบริเวณที่เรียกได้ว่าเป็นสถานีจริงๆก็คือบริเวณชันสอง ซึ่งเป็นที่ขายตั๋ว กับชั้นหนึ่งด้านหลังตึกที่เป็นบริเวณสถานี ที่เหลือก็เป็นออฟฟิศ ร้านอาหาร แล้วก็แฟมิลี่มาร์ทค่ะ
 
---ภายในสถานีค่ะ ที่จริงตรงข้างๆที่กั้นนี่จะเป็นร้านวัฟเฟิลนะคะ เหมือนนี่จะเป็นรูปเก่าน่ะค่ะ---
 
เมื่อเดินเข้ามาถึงในตัวสถานีจากทางที่เราเข้ามา เราก็เห็นส่วนที่เป็นส่วนขายตั๋วในทันที บริเวณณนี้ก็จะมีร้านวัฟเฟิล ห้องน้ำ โทรศัพท์ information center ของสถานีที่มีเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามเรื่องเส้นทาง และมีแผ่นพับที่เที่ยวแจก 
 
แล้ว...เราจะไปขึ้นรถไฟกันได้อย่างไรกันหนอ
 
ถึงตรงนี้แล้วมาต่อกันคราวหน้านะคะ กับพาร์ทที่สองของตอนนี้ค่ะ
 
จะบอกให้ละเอียดเลยค่ะว่าเราจะขึ้นรถไฟของญี่ปุ่นกันยังไง
 
 
 
ทิ้งช่วงไปนานโขค่ะ
สารภาพว่าเอนทรี่นี่วางแผนจะเขียนมาเป็นเดือนแล้ว
เนื้อหาเหมือนจะไม่มีอะไร ไปๆมาๆมันก็มีเยอะพอดู
แล้วต้องคิดอีกว่าจะแทรกศัพท์ญี่ปุ่นไว้ตรงไหนดี
(ถ้าต่อไปเห็นน้อยๆนี่ อาจจะเพราะไม่รู้แล้วกระมังคะว่าบอกศัพท์อะไรดี เพราะตัวเองก็ไม่ได้รู้มากเท่าไหร่)
แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขียนไม่จบในตอนเดียว - -"
คือมันยาวจริงๆค่ะ
อาจจะว่า เอ้ย มันยาวไปไหม
คือไหนๆก็ไหนๆแล้ว อยากจะอธิบายอะไรให้หมดซะทุกอย่าง
เพราะถือว่ามันเป็นประสบการ์ที่ใหม่สำหรับเรา 
และอีกอย่างเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับใครหลายๆคนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยค่ะ
(ต้องแวะไปนั่งเขียนดราฟท์เอนทรี่ต่อไปที่ออฟฟิศแน่เพราะจัใช้เครื่องแสกน - -")
 
ติดทวิตเตอร์(อย่างหนัก)
ติดอนิเม(อย่างหนัก)
ติดpixiv(อย่างหนัก)
ติดเกม(อย่างหนัก)
 
เพราะงั้นเลยไม่ได้มาอัพบล๊อค
(ล้มโต๊ะ)
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ ไม่นานเกินรอ
เพราะอย่างที่บอกไปค่ะ จะครบรอบขวบปีที่ไปเที่ยวแล้ว
เอนทรี่ไม่ก้าวหน้าเอาซะเลย
 
ขอบคุณที่ยังแวะเวียนเข้ามานะคะ
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณทุกคนมากเลยค่ะ surprised smile surprised smile surprised smile

#8 By あおい-kumo on 2011-05-06 09:01

เเล้วจะรออ่านต่อไปครับ big smile

#7 By charaznable on 2011-05-03 19:55

อา รถไฟญี่ปุ่นนี่จะแน่นเอี๊ยดเหมือนที่เค้าล่ำลือกันไหมนะ
น่าติดตามๆ

#6 By Kirito on 2011-05-03 13:36

ผ่านไปจะครบปีเเล้วรึครับเนี่ย เร็วจริงๆ
ขอบคุณที่เขียนให้อ่านต่อมากครับ รออ่านตอนต่อไปbig smile

Hot! Hot!

#5 By PG on 2011-05-03 12:21

โหวเมย์
บล็อกสวยเกินอ่ะ!

#4 By ชี้ดาบ on 2011-05-02 23:41

ชอบหอแบบนี้มากเลยค่ะ (แม้จะไม่เคยไปอยู่แบบนั้นที่ญีปุ่น ฮาา)
รู้สึกอะไรๆมันเป็นสัดส่วนดีเนอะ
อยากไปฟุกุโอกะบ้างจังเลยค่ะ! cry
จะรออ่านเอนทรี่ถัดๆไปนะคะ

#3 By gr*さくじろー on 2011-05-02 22:17

น่าไปมากๆเลย♥♥

#2 By HineyHelsinki on 2011-05-02 22:03

โอ้ ไปเที่ยวญี่ปุ่นมารึนี่ น่าสนุกมากนะท่าน @w@/ ที่จริงอ่านออกแค่คาตะคานะ แต่ที่อธิบายส่วนต่าง ๆ ในห้องมีประโยชน์มากเลยจ้า

ว่าแต่ติดอะไรเยอะขนาดนั้น แบ่งเวลาดี ๆ เน่อ =[]="