ที่จริงวันนี้ควรจะต้องไปทำงาน
แต่จู่ๆก็เกิดไข้กระทันหัน (อาจจะเพราะอากาศเป็นแน่แท้) ก็เลยใช้โควต้าลาหยุด
บางทีก็อดสงสัยกับสภาพอากศระยะๆหล้งมานี่ ว่าทำไมถึงได้แปรปรวนขนาดนี้
สงสารคนป่วยง่ายกันนิดนึงเถอะค้าบพี่น้อง
 
ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่านะคะ Foot in mouth
 
 
 
 
นังคลาวด์ตะลุย 福岡(ฟุคุโอกะ) ก้าวที่สี่:เดินเที่ยวเทนจินและวันแรกของการเข้าเรียนที่ญี่ปุ่น!
(พาร์ทสอง:โอ้รถไฟเจ้าเอ๋ย)
 
 
ตรั้งที่แล้ว(ในพาร์ท)นังคลาวด์พาทุกคนเข้าไปในสถานีกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ คราวนี้เรามาขึ้น JR หรือรถไฟญี่ปุ่นอันเลื่องชื่อกันดีกว่าค่ะ
 
แล้วต้องทำอะไรกันบ้างล่ะนี่? ไม่ต้องห่วงค่ะ นังคลาวด์ไปลงทุนแสกนชีทการเดินทางที่ฮาราดาเซ็นเซย์ อาจารย์พวกเราที่ FIT แจกไว้ให้มาให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ (ประเด็นคือหาภาพในเน็ตไม่ค่อยเจอค่ะ ผ่างMoney mouth)
 
อย่างแรกเลยคือหาตาราง[時刻表 (じこくひょう:jokokuhyou)=ตาราง]รถไฟก่อนค่ะ
 
หน้าตาอย่างนี้แหละ
---หน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ หาได้ไม่ยาก ---
 
ช่องสีฟ้าทางซ้ายมือ จะแสดงเวลาที่รถวิ่งในวันธรรมดาค่ะ (คันจิข้างบนนั่นอ่านว่า へいじつよう:heijitsuyou ค่ะ 平日แปลว่าวันธรรมดารึว่าวีคเดย์ ส่วน用นี่แปลว่าสำหรับ ความหายคงประมาณตารางฟากนี้สำหรับวันธรรมดาค่ะ)
ช่องสีแดงทางขวามือ จะแสดงเวลาที่รถวิ่งในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่ะ (คันจิข้างบนนั่นอ่านว่า どにち、しゅくじつよう:donichi,shukujitsuyou ค่ะ ตัว土日ก็ตรงๆเลยค่ะ เสาร์อาทิตย์ ส่วน祝日แปลว่าวันหยุดค่ะ แต่จะเป็นแนววันหยุดนักขัตฤกษ์มากกว่า คำว่า 祝う [いわう:iwau] แปลว่าการเฉลิมฉลอง คันจิที่ใช้จะเห็นว่าเป็นตัวเดียวกันกับคำว่าชุคุจิทสึนั่นเอง วันหยุดเพื่อกาเฉลิมฉลองหรือง่ายๆ วันนักขัตฤกษ์นี่เองค่ะ อีกคำนึงที่มีคันจิตัวนี้คือ 祝い [いわい:iwai] แปลว่าการแสดงความยินดี เทศกาล และการเฉลิมฉลองค่ะ ยังไงลองเปิดดิคหาข้อมูลกันนะคะ เพราะนี่ก็เปิดมาจากดิคอีกทีเหมือนกัน)
 
แล้วเราจะอ่านตารางรถไฟกันยังไงล่ะเนี่ย
 
---รูปใหญ่คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ---
 
มาดูตามในรูปกันนะคะ
ช่องแรกที่พื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน แสดงชั่วโมงค่ะ (ชั่วโมงนี่อ่านว่า"jikan"ค่ะ)
ช่องพื้นหลังสีขาว แสดงนาที
ส่วนในช่องที่มีพื้นหลังสีขาวนี่ เวลาที่เป็นสีน้ำเงินหมายถึงเวลาที่รถด่วนวิ่งค่ะ (คำอ่านข้างบนก็ ao:kaisokudensha) เวลาที่เป็นสีดำคือเวลาที่รถธรรมดาว่าค่ะ (คำอ่านสำหรับข้างบน kuro:futsuudensha)
บรรดาคันจิที่อยู่ด้านล่างคือสถานีปลายทางค่ะ
 
สมมติค่ะว่านังคลาวด์อยากไปเที่ยวในตัวเมือง แล้วอยากจะขึ้นช่วงซักเก้าโมง เราก็มาดูตรงช่องสีน้ำเงินที่เป็นเลข 9 จากนั้นก็ไล่ไปดูช่องสีขาวที่แสดงนาที ในช่วง 9 โมง ถึง 10 โมงจะมีรถเข้ามาถึง 6 ขบวนด้วนกัน เป็นรถด่วน 3 ขบวน และรถธรรมดา 3 ขบวน นังคลาวด์เผอิญว่ามาถึงสถานีตอนเก้าโมงครึ่งและรีบมาก ขบวนต่อไปที่นังคลาวด์จะขึ้นได้คือรถด่วนรอบ 9.33 น. นั่นเองค่ะ (งงไหมคะเนี่ย)
 
โอเค ทีนี้เรารู้แล้วว่าเราจะขึ้นรถไฟรอบไหนแล้ว ต่อไปก็ซื้อตัวกันที่เครื่องขายตั๋วเลย
 
---หน้าตาของบริเวณเครื่องขายตั๋วอารมณ์ประมาณนี้ค่ะ อาจจะแตกต่างกันเรื่องความไฮโซของเครื่องและจำนวนเครื่องซึ่งแล้วแต่สถานีค่ะ---
 
ตามภาพเลยค่ะ บริเวณป้ายด้านบนส่วนมากแล้วจะมีเส้นทางรถไฟให้เราดูว่าสายไหนวิ่งผ่านที่ไหนบ้าง และยังมีชื่อสถานีพร้อมราคาตั๋วค่ะ
 
--- อยากเห็นชัดๆกว่านี้จิ้มเลยค่ะ---
 
ค่ะ ในสถานีรถไฟบางที่อาจจะไม่มีป้ายที่เส้นทางรถวิ่ง (อย่างสถานีเล็กๆ ตามชุมชนที่ไกลตัวเมืองซักนิด ฟุคโควไดนี่ไม่แน่ใจค่ะว่ามีหรือไม่ ช่วงที่อยู่ไม่เคยสังเกตเลย เพราะตะไปไหนเปิดกูเกิ้ลไม่ก็ถามคนอื่นเอา) จะมีเฉพาะป้ายบอกชื่อและราคาค่าโดยสารค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนจะขึ้นรถไฟเราควรศึกษาเส้นทางให้ดีว่ารถไฟสายไหน ผ่านสถานีไหนบ้าง และที่สำคัญ ควรจะจำตัวคันจิและคำอ่านของสถานีที่เราจะไปให้ขึ้นใจค่ะ
 
ทีนี้ให้เราไล่หาชื่อสถานีที่เราจะไปกัน อย่างวันนี้นังคลาวด์จะไปที่ฮากาตะ (博多:はかた) ก็จะไล่หาดูว่าอยู่ไหน อ้ะ...เจอแล้วค่ะ ค่าโดยสารอยู่ที่ 270 เยน รู้ราคาเรียบร้อยปุ้บ ไปกดตั๋วกันดีกว่า
 
แต่น แต้น
 
---เครื่องขายตั๋วค่า รุ่นนี้รุ่นเก่าค่ะ ตามสถานีใหญ่ๆล้ำกว่านี้เยอะ (แต่ก็ยังดีกว่ารฟท.แหละ)
 
วิธีซื้อตั๋วก็ไม่ยากค่ะ อยากแรกก็หยอดเงินลงไปก่อนเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องใส่พอดีก็ได้นะคะ จะใส่เกินก็ไม่ว่ากัน (ส่วนใหญ่ใส่เกินไว้ก่อน อย่างหยอดเหรียญ 500 เยน เพราะขี้เกียจมานั่งนับเหรียญ) มีแบงค์ก็ใส่แบงค์ ใครมี
การ์ดเงินสดก็ใส่การ์ดค่ะ
 
--- ถึงตรงนี้ไม่ต้องกลัวจะหยอดผิดหรอกค่ะ เพราะที่เครื่องมีรูปภาพประกอบอยู่ ---
 
หน้าตาเหรียญของญี่ปุ่นก็ ประมาณนี้แหละค่ะ
 
--- หาเหรียญได้ดูดีที่สุดแค่นี้ล่ะค่ะ - -" ---
 
เราก็หยอดเหรียญที่ตู้ให้หยอดได้ตามภาพได้เลยค่ะ
 
เสร็จแล้วก็กดเลือกจำนวนผู้โดยสาร
 
--- จะกดตั๋วกี่คน ก็กดได้ที่ปุ่มตามภาพค่ะ คันจิตัวใหญ่ๆนั่น きっぷの買い方(きっぷのかいかた:kippu no kaikata) แปลได้ว่าวิธีซื้อตั๋วค่ะ きっぷแปลว่าตั๋ว 買い方แปลว่าวิธีซื้อ ส่วน の คือคำเชื่อมค่ะ ---
 
เสร็จแล้ว ก็ไปกดปุ่มตัวเลขทางด้านขวามือตามชื่อสถานที่ๆเราจะไปค่ะ หรือถ้าไม่ทันได้มองตัวคันจิ ก็กดให้ตรงกับราคาค่าโดยสารของสถานีปลายทางของเราก็ได้ค่ะ (เพราะว่าพอขึ้นไปบ่อยๆ อย่างเช่นนังคลาวด์ ซึ่งพักหลังไปฮากาตะแทบจะทุกวัน เราจะเริ่มไม่จำชื่อสถานที่แล้ว แต่จะจำว่าราคาเท่าไหร่แทน แล้วก็กดไปเลย)
 
กดเสร็จ ก็รอรับเงินทอนกับตั๋วค่ะ
 
---หน้าตาตั๋วค่ะ (อันนี้เป็นตั๋วตอนไปเที่ยวโมจิโกะค่ะ หลังๆได้พาไปชมแน่ค่ะ) ด้านซ้ายมือคือ ปี/เดือน/วัน ที่ออกตั๋วค่ะ ในรูปก็ 22-5-16  ถามว่าทำไมปีถึงไม่เป็น 2010 ล่ะ เพราะว่าเค้าใช้ปีเฮยเซย์ไงคะ ส่วนช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆด้านบนแสดงภูมิภาคที่ให้บริการของJR (คันจิ 九 ย่อมาจาก 九州 [きゅうしゅう:kyuushuu] ซึ่งก็คือภูมิภาคคิวชูนี่เองค่ะ) ช่องสี่เหลี่ยมใหญ่ๆก็สถานีต้นทางค่ะ ตัวเลขใหญ่ๆนั่นก็แน่นอนค่ะราคาตั๋วที่ซื้อที่เป็นราคาของสถานีปลายทางที่เราจะลงนั่นแหละค่ะ---
 
มาถึงด่านสุดท้ายก่อนจะไปชานชาลาแล้ว มันก็คือ Fare gate นั่นเอง
 
---ลักษณะของแฟร์เกทก็แบบนี้เลยค่ะที่ฟุคโควได เอื้อเฟื้อภาพโดยลุงกู๋ ---
 
แฟร์เกตที่นี่จะไม่เหมือนกับพี่ไทยอยู่เล็กน้อยก็คือ มันจะไม่กั้นเรา (งงมั้ยคะ) แต่ถ้าเราไม่หยอดตั๋ว แล้วทำเป็นเดินตัวปลิวเข้าไป พอใกล้จะสุดทางเท่านั้นแหละ เจ้าประตูมันก็จะโผล่มากั้นเรา จ้างให้ก็เดินไปต่อไม่ได้ (ของบีทีเอสบ้านเราอย่างกับวิ่งแข่งเลย แตะปุ้บ ต้องรีบเดิน ไม่งั้นโดนหนีบ เคยเจอมารอบนึงค่ะ วันนั้นของเยอะ เดินผ่านไปไม่ทันไอ้ที่กั้นแดงๆ จุกเลยค่ะ)
 
ทีนี้เวลาเราจะผ่านเจ้าแฟร์เกต ก็ทำเหมือนกับที่รถขึ้นรถไฟฟ้านั่นแหละค่ะ
 
--- อากู๋ ขอบคุณสำหรับภาพ(อีกแล้ว)ค่ะ ---
 
ให้เราเอาเจ้าตั๋วกระดาษเล็กนั่นใส่เข้าไปในช่องเหมือนในภาพค่ะ  เวลาไม่ต้องเล็งด้านที่มีลูกศรบนบัตรเหมือนบีทีเอสนะคะ เพราะมันไม่มีค่ะ เราจะใส่ตั๋วเข้าไปยังไงก็ได้ค่ะ แต่ต้องให้ถูกต้องคือแนวนอนนะคะ จะเอาด้านหน้าใส่ หรือด้านหลังใส่ก็ได้เหมือนกันค่ะ ลองมาแล้ว
 
พอพ้นด่านนี้ไปก็สบายบรื๋อแล้วค่ะ ที่นี้ก็เหลือแค่เช็คสถานะการณ์ของรถไฟผ่านเจ้ามอนิเตอร์นี่เองค่ะ
 
 
ทางซ้ายจะเป็นของสายที่วิ่งไปโคคูระ ทางขวาเป็นสายที่ไปทางฮากาตะ ซึ่งเป็นทางที่เราจะไปค่ะ
แล้วเจ้านี่มันบอกอะไรเราได้บ้าง
- บอกเราว่าสถานะของรถไฟตอนนี้มาสายกี่นาที (ตรงที่มีคำว่าโอะคุเระ[おくれ]นั่นแหละค่ะ)
- รถไฟขบวนไหนจะมาถึงตอนกี่โมง (สีส้มคือรถด่วนค่ะ ส่วนสีเขียวคือรถธรรมดา)
- รถไฟจะจอดที่ชานชาลาไหน (ให้ดูที่คำว่า "โนะริบะ"[のりば คำนี้คิดว่าแปลว่า ชานชาลา ค่ะ แต่ที่เรียนมาจำได้แค่ว่ามันแปลว่าป้ายรถเมล์ - -"] 4のりば ก็คือว่ารถไฟจะจอดชานชาลาที่สี่คะ
 
เสร็จจากตรงนี้ แค่เราไปขึ้นรถให้ถูกชานชาลาก็พอค่ะ จะมีป้ายที่เป็นตัวเลขบอก แล้วก็มีมอนิเตอร์อัพเดทเวลาและสถานะของรถไฟอยู๋ด้วยค่ะ
 
แล้วก็ยินดีด้วยค่ะ คุณสำเร็จวิชาขึ้นรถไฟแล้วค่ะ สำหรับเรื่องการเอาตัวรอดในช่วงเวลาเร่งด่วนที่เค้าว่ากันว่ารถไฟอย่างกับปลากระป๋องนี่ ต้องถามคนในเมืองใหญ่ดูนะคะ ยังไม่เคยเจอเลยค่ะ ถึงเจอก็ไม่ได้เบียดเสียดกันขนาดนั้น รถไฟในฟุคุโอกะไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิดค่ะ 
 
พูดถึงรถไฟบนดิน (ก็ รฟท. นั่นแหละค่ะ) เมื่อไหร่จะได้ซักครึ่งอย่างที่ญี่ปุ่นบ้าง ระบบการจัดการก็ดี จัดสรรเวลารถไฟได้ดี รถไฟก็ไม่เลท แถมนั่งสบายด้วย เฮ้อ..คงได้แต่นั่งปลอบใจตัวเองว่า "คงอีกนาน" ค่ะ (ถ้าใครเห็นว่ามันใหม่ๆอย่างเพิ่งตกใจนะคะ รถเก่าค่ะ แต่ทาสีใหม่ ขึ้นทุกวันถึงได้รู้ ข้างในยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอ่ะ มีแมงมาทำรัง มดเดินไต่ยั๊วเยี๊ยะ ขยะก็เต็มพื้น อันที่จริง เราน่าจะพัฒนาวินัยในตัวคนก่อนดีกว่าสินะคะ - -")
 
เอ๊ะ...อะไร๊!
 
เพิ่งขึ้นรถไฟเองเหรอคะเนี่ย
 
โอเคค่ะ คราวหน้าเข้าเมืองจริงจรังค่ะ T^T
 
เจอกันพาร์ทสามค่ะ
 
 
 
 
 
 
ยังมีต่อพาร์ทหน้าอีกค่ะ
(นี่กะจะแข่งกับแฮร์รี่รึไง)
 
นั่งเขียนกันเหนื่อยเหมือนกันนะคะเนี่ย
โดยเฉพาะเวลาที่ต้องนึกเรื่องที่มันผ่านไปเกือบปี
(ก็ดองไว้เอง ช่วยไม่ได้)
 
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์และขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาชมกันนะคะ
 
ปล. น้องชายสอบติดม.เทคโนโลยีสุรนารีด้วยล่ะค่ะ ดีใจมาก Tongue out หวังว่าการเรียนรอบนี้มันจะเรียนไปจนจบให้พ่อแม่และพี่สาวได้ชื่นใจบ้าง
(แล้วงี้ใครจะอยู่บ้านกับพ่อแม่ล่ะเนี่ย)
 
ไว้เจอกันนะคะ
 
Money mouthMoney mouthMoney mouth
 
แอบนอกเรื่อง
อย่าลืมาดูเรื่องอะโนะฮานะ(あの日見た花の名前を僕達はまだ知らない)กันเยอะๆน้า
ยิ่งตอนนี้กำลังสนุกเลย
 
แล้วถ้าใครอยากคุยกับนังคลาวด์รอบนอกก็ตามมาทวิตกันได้เลยค่า
 

Comment

Comment:

Tweet

ลายตามาก เเต่ได้ความรู้เยอะเลยครับ
บ้านนอกจากใส่บัตรให้ถูกด้านเเล้ว บางทีใส่ถูกเเล้วมันคืนมาอีกsad smile

#2 By PG on 2011-05-08 20:26

แล้วจะติดตามต่อนะคะ

#1 By แวะมาอ่าน (180.183.109.85) on 2011-05-08 16:40